Get Adobe Flash player

การขอบรรพชาอุปสมบท

ขั้นตอน คลิก
แบบฟอร์ม คลิก

Home เเบบก่อสร้างวัด ข่าวประชาสัมพันธ์ ประวัติ วัดท่องเที่ยว 9 วัด

ประวัติ วัดท่องเที่ยว 9 วัด

คำนำ
**** ++ ****
 เมืองพะเยา  เป็นเมืองที่มีวัฒนาการทางประวัติศาสตร์อย่างต่อเนื่อง อันเป็นการแสดงให้เห็นถึงความริเริ่ม ความรุ่งเรือง และความเสื่อมสลายไว้อย่างชัดเจน
 ด้านความรุ่งเรืองนั้น  นับได้ว่าในพุทธศตวรรษที่   ๑๙ –  ๒๐        เมืองพะเยารุ่งเรืองสูงสุด โดยเฉพาะเรื่องของพระพุทธศาสนา ได้มีการจารึกทั้งในแผ่นศิลาจารึกหินทรายในใบลาน    พั๊บสา และฐานพระพุทธรูปจนนับไม่ถ้วน นี่ไม่นับที่เป็นคำสอนแบบมุขะปาฐะอีกมากมาย
 ด้วยเหตุนี้เอง     ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่หลงเหลืออยู่ทั้ง ๆ     ที่ถูกทำลายไม่น้อยกว่า
๓  ครั้ง  ยังเป็นหลักฐานชั้นดีให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้อย่างไม่จบสิ้น  ยิ่งผู้สืบทอดการเรียนรู้นี้ เป็นพระสงฆ์องค์เจ้าด้วยแล้ว เมืองพะเยานับว่าเป็นเมืองที่เป็นมงคล หรือปฏิรูปเทศวาสะ คือ  เป็นเมืองที่น่าอยู่ในเหมาะสม
 ด้วยเหตุดังกล่าว เมื่อมีการสืบค้นเรื่องราวท้องถิ่นในเมืองพะเยา ทั้งของนักปราชญ์รุ่นโบราณและรุ่นปัจจุบัน จึงวนเวียนอยู่กับเรื่องราวของพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะเรื่องของวัด
 วัดในเมืองพะเยาเฉพาะเมืองเก่าสองแก่ง คือ เมืองน้ำเต้า       และเมืองคู่แฝดด้านทิศตะวันตก
( บ้านในเวียงปัจจุบัน ) เชื่อว่ามีไม่ต่ำกว่า ๑๐๐  วัด    เพราะจากการบอกเล่าของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระธรรมวิมลโมลี   เจ้าอาวาสวัดศรีโคมคำ  ว่า    เฉพาะวัดในเมืองน้ำเต้านั้นน่าจะเกือบ   ๕๐ วัด  ซึ่งปัจจุบันยังหลงเหลือวัดที่สำคัญให้กราบไว้บูชาอยู่เช่น วัดลี วันนกแซว วัดเจดีย์งามวัดศรีจอมเรือง เป็นต้น นี่ถ้าในปีพุทธศักราช   ๒๔๘๒ ไม่มีการกั้นเขื่อนแม่น้ำอิงที่เป็นสถานีประมงน้ำจืด      เมืองพะเยา   คงจะมีวัดอีกมากมาย ซึ่งปัจจุบันอยู่กลางกว๊านพะเยาอีกหลายวัด
เพราะฉะนั้นการที่ข้าพเจ้าได้เขียนเรื่องของวัด   ๙ วัด  ๙  พระธาตุ     ในเขตเทศบาลเมืองพะเยาก็เพื่อที่จะได้จุดประกายให้คนรุ่นต่อไปได้ศึกษา  หรือภาษาสมัยใหม่เรียกกันว่า ต่อยอดกันต่อ
 ความดีที่พึงมีในหนังสือเล่มนี้ ข้าพเจ้าขอมอบให้แด่พระเถรานุเถระของเมืองพะเยาทั้งหลาย ที่ได้สืบสานเรื่องราวของท้องถิ่นอันยังประโยชน์มหาศาลของเมืองพะเยาในขณะนี้

วัดศรีโคมคำ( วัดพระเจ้าตนหลวง )
***************
( วัดพระเจ้าตนหลวง )
 วัดศรีโคมคำ   ตั้งอยู่เลขที่ ๖๙๒ ถนนพหลโยธน หมู่ที่ ๓ ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยานับว่าเป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งในจังหวัดพะเยา มีเนื้อที่ ๗๔ ไร่ ๘ ตารางวา จากหลักฐานเอกสารสิทธิ์ที่ดินของวัด กำหนดไว้ดังนี้
  ทิศเหนือจรดถนนพหลโยธิน ทิศใต้จรดกว๊านพะเยา     ทิศตะวันออกจรดถนนพหลโยธิน ทิศตะวันตกจรดกว๊านพะเยา    โบราณสถานและโบราณวัตถุที่สำคัญภายในวัดจะมีพระวิหารหลวงสถาปัตยกรรม แบบล้านนา ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปองค์ใหญ่เรียกกันทั่วไปว่า พระเจ้าตนหลวง หรือพระเจ้าตนหลวงทุ่งเอี้ยงเมืองพะเยา ในภาษาถิ่น    พระเจ้า คือ พระพุทธรูป     ตน  หมายถึง องค์หลวง แปลว่า ใหญ่  พระเจ้าตนหลวง  จึงหมายถึงพระพุทธรูปองค์ใหญ่
  เป็นพระพุทธรูปสร้างด้วยอิฐถือปูนลงรักปิดทองสวยงาม หน้าตักกว้าง ๒๙ ศอก สูง ๓๒ ศอก สร้างเมื่อปีพุทธศักราช ๒๐๓๔ ถ้านับถึงปัจจุบันมีอายุถึง ๕๑๓ ปี (๒๕๔๗) พระเจ้าตนหลวงนับเป็นพระพุทธรูปที่มีผู้คนเลื่อมใสศรัทธาของแคว้นล้านนาและประชาชนทั่วไป        ด้านหน้าพระวิหารเป็นอุโบสถ ๒ หลัง หลังหนึ่งเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท คู่โบราณแกะสลักบนหินทรายและอีกหลังหนึ่งเป็นที่ทำสังฆกรรมของพระสงฆ์ ด้านทิศใต้ของพระวิหารหลวงมีพระอุโบสถกลางน้ำเป็นสถาปัตยกรรมล้านนาประยุกต์ภายในพระอุโบสถเป็นจิตรกรรมฝาผนัง ที่เขียนโดยอาจารย์อังคาร   กัลยาณพงศ์  ศิลปินแห่งชาติและคุณภาพตะวันสุวรรณกุฎ
  ภายในบริเวณวัด       จะเป็นกลุ่มอาคารเรียนของพระภิกษุสามเณรนับตั้งแต่โรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกนักธรรมบาลีและที่สำคัญ ก็คือ เป็นที่ตั้งของสถานการศึกษาชั้นสูงของพระภิกษุสามเณร   คือมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
วิทยาเขตพะเยา
 วัดพระเจ้าตนหลวง  สร้างขึ้นราว พ.ศ. ๒๐๖๗ ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งแต่วันที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๓ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาวันที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๒๙

*****************************************

พระธาตุจอมทอง
*****************
 พระธาตุจอมทอง  ตั้งอยู่บนเนินเขาทางทิศเหนือของศรีโคมคำ ประชาชนจะขึ้นไปมนัสการได้สามเส้นทาง คือเดินขึ้นบันไดนาคด้านทิศใต้ และขับรถขึ้นเวียนทั้งด้านหน้าและด้านหลังของวัดบนของวัดบนถนนลาดยางองค์เจดีย์ฐานกว้าง ๒๐ เมตร สูง ๓๐ เมตร รูปลักษณะขององค์เจดีย์เป็นทรงเดียวกันกับ เจดีย์พระธาตุจอมทอง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่และวัดพระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูน ซึ่งศิลปะรูปทรงแบบนี้เป็นที่นิยมของช่างสถุลครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาไทยที่เคยมาเป็นประธานบูรณะพระธาตุดังกล่าวแล้ว
  ด้านหน้าเป็นพระวิหารขนาดกว้าง ๘ เมตร ยาวประมาณ ๒๐ เมตร ผนังด้านข้างโล่งเรียบ ไม่มีประตู หน้าต่าง ภายในมีพระพุทธรูปหนทราย ตั้งอยู่บนฐานชุกชีเป็นพระประธาน และมีพระหินทรายขนาดกลางอีกหลายองค์ประทับเรียงราย
  รอบ ๆ บริเวณพระธาตุและพระวิหารซึ่งเป็นเขตพุทธาวาสจะล้อมรอบด้วยศาลาราย เคยเป็นที่จำวัด เจริญสมาธิภาวนาของครูบาเจ้าศรีวิชัย คราวมาเป็นประธานบูรณะพระวิหารวัดพระเจ้าตนหลวง ประวัติพระธาตุจอมทอง ตามตำนานเล่าว่า บนเขาแห่งนี้พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่เมืองภูกามยาว หรือเมืองพะเยา และได้ประทับที่นี่ได้มีคหบดีครอบครัวหนึ่งได้นำภัตตาหารมาถวายพระพุทธเจ้า พระองค์ได้ให้พระเกศาธาตุเพื่อจะได้บรรจุลงในพระธาตุที่จะสร้างไว้แห่งนี้
  จากนั้นตำนานได้กล่าวถึงว่าครั้งหนึ่งเมื่อพระพุทธเจ้าฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว ให้พระอานนท์ลงมาตักน้ำเพื่อเสวย ที่หนองน้ำข้างล่างเรียกชื่อว่าหนองเอี้ยง ใกล้ๆ กับเชิงเขา หนองน้ำนั้นมีพญานาค ชื่อ ธุมะสักขี เฝ้ารักษาอยู่ไม่ยอมให้น้ำ ความทราบถึงพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงลงมาโปรดพญานาคโดยแสดงฤทธิปฎิหารย์ โดยเนรมิตพระวรกายสูงใหญ่ ถึง ๓๒ ศอก พญานาคเห็นดังนั้น เกิดความเลื่อมใสศรัทธายอมเป็นผู้นับถือพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าทรงมอบทองคำให้จำนวนหนึ่ง แล้วให้พญานาคไว้เป็นทุนเพื่อก่อสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ สูง ๓๒ ศอก เพื่อเป็นการเผยแพร่พระศาสนาต่อไป ซึ่งพระพุทธรูปองค์นี้เรียกว่า “ พระเจ้าตนหลวง ทุ้งเอี้ยงเมืองพยาว”
  วัดศรีโคมคำ และวัดพระธาตุจอมทอง นับเป็นโบราณสถานที่เกี่ยวเนื่องกันทั้งในตำนานและประวัติศาสตร์ ประกอบกับทางวัดและทางราชการกำลังปรับปรุงเป็นอุทานในทางพระพุทธศาสนาจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดพะเยาอีกแห่งหนึ่ง


***********************************

วัดป่าแดงบุญนาค
******************
  วัดป่าแดงบุญนาค   นับว่าเป็นวัดเก่าแก่แต่โบราณตั้งแต่สมัยพระพุทธศาสนาเขามาในอาณาจักรพะเยาก็ว่าได้ เดิมชื่อ  วัดบุญนาค          ตอนหลังมีการสร้างวัดใหม่เพิ่มชื่อว่า    วัดป่าแดง ปัจจุบันก็เลยรวมเป็นวัดเดียวกัน ซึ่งร่องรอยประวัติศาสตร์ของวัดนี้มีหลักฐานปรากฏ    ให้เห็นกำแพงกั้นระหว่างสองวัดนี้ แต่ก็ถูกทำลายไปไม่น้อย ประวัติของสองวัดเป็นที่สนใจ         เพราะเกี่ยวเนื่องกับการสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อเจดีย์องค์เก่าพังทลายไป ก็มีแม่ทัพนายกองมาขนเอาอิฐเจดีย์ไปทำเป็นตอหม้อสร้างสะพานให้ขบวนกองกำลังทหารได้เคลื่อนทัพได้ แต่ที่น่าเสียดายก็คือซากโบราณสถาน ที่ถูกทำลายแล้วหลังๆเมื่อการสงครามสงบสุข ก็ได้มีการบูรณะใหม่ แต่ก็ยังไม่ทิ้งร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์ให้คนใหม่ได้ไปดู
  วัดป่าแดงบุญนาค  ตั้งอยู่เลขที่ ๖๑ บ้านป่าแดง หมู่ที่  ๓   ตำบลท่าวังทอง       อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา เมื่อจะเข้าไปชมวัดแห่งนี้ ก็เริ่มจากถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ สายเชียงราย ลำปาง แล้วเลี้ยวซ้าย เมื่อผ่านโรงพยาบาลพะเยาราม อีกไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร ก็จะเห็นซุ้มประตูโขงก่อด้วยอิฐมอญ ตรงเข้าไปด้านซ้ายมือก็จะเห็นองค์พระเจดีย์วัดป่าแดง
  เป็นองค์เจดีย์ทรงหน้าไม้สิบสอง ฐานสี่เหลี่ยมขนาดกว้างยาว ร่วม ๒๕ เมตรส่วนทางด้านขวามือเป็นป่าไม้ที่ปกคลุมอดีตวัดที่ยิ่งใหญ่เก่าแก่คู่เมืองพะเยา ก็คือวัดบุญนาค  ซึ่งเมื่อเข้าไปถึงก็จะเห็นซากองค์เจดีย์เก่าศิลปะสุโขทัยและฐานพระ       พระอุโบสถ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก
  ส่วนทางด้านพระอุโบสถวัดป่าแดงนั้น ปัจจุบันได้บูรณะเป็นที่เรียบร้อย มีพระพุทธรูปหินทรายเก่าแก่มากมายประดิษฐานอยู่ ซึ่งพระพุทธรูปหินทรายทั้งหมดแกะสลักด้ายช่างที่มีฝีมือชั้นเยี่ยม
  วัดบุญนาค นับเป็นวัดที่แสดงถึงความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์      ระหว่างล้านนากับสุโขทัยได้เป็นอย่างดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๙   พญายุธิษฐิระเจ้าเมืองสองแควได้เข้ามาสวามิภักดิ์พระเจ้าติโลกราชเจ้าเมืองเชียงใหม่ คราศึกกรุงศรีอยุธยากับล้านนา      พระเจ้าติโลกราชให้พญายุธิษฐะ
มาครองเมืองพะเยา และพระองค์ได้สร้างวัดอรัญญวาสี   คือวัดบุญนาค หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า  วัดพญาร่วง
  วัดป่าแดงบุญนาค ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ.๒๕๒๔


****************************************
วัดลี
************
วัดลี     ตั้งอยู่เลขที่ ๕๑ ถนน วัดลี หมู่ที่ ๒ ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๐ ไร่ ๑ งาน ๘๑ ตารางวา  ที่เรียกว่า วัดลี เพราะคำว่า ลี เป็นภาษาเมืองเหนือ ที่แปลว่า ตลาด นั่นก็แสดงว่าที่ตั้งของวัดในอดีตเคยเป็นที่ตั้งชุมชนจึงต้องมีตลาดในการแลกเปลี่ยนสินค้า
 วัดลี   ตั้งอยู่ในชุมชนวัดลี ซึ่งเป็นชุมชนในเขตเทศบาล ทางเข้าวัดเป็นทางแยกด้านขวาก่อนจะถึงโรงเรียนเทศบาล ๓  ของถนนซุปเปอร์ไฮเวย์-งาว-พะเยา ก่อนจะเข้าไปภายในวัดจะเป็นประตูโขงขนาดใหญ่ สร้างด้วยอิฐถือปูนมีลายปูนปั้นสวยงาม ด้านบนซ่อนชั้นลดระดับลงมาได้สัดส่วน
 โบราณสถานที่สำคัญคือ     องค์เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมสีขาวเจดีย์ศิลปะล้านนา ด้านกว้างและด้านยาว ประมาณ ๒๐ เมตร สูงตระหง่านสวยงาม เป็นเจดีย์แปดเหลี่ยม ยกเก็จย่อมุมอยู่ในกำแพงแก้วล้อมรอบทั้ง ๔ ด้าน ในแต่ละด้านก็จะมีพระพุทธรูปหินทรายรายรอบองค์เจดีย์
 วัดนี้ยังเป็นที่รวบรวมโบราณวัตถุมากมาย    โดยเฉพาะพระพุทธรูปหินทรายที่สมบูรณ์และขาดหายบางส่วนนับกว่า ๑,๐๐๐ ชิ้น ที่หักบ้าง ซึ่งเจ้าอาวาสเก็บรักษาไว้มากว่า ๔๐ ปี
 นอกจากนี้ยังมีพระวิหารยาวกว่า ๔๐ เมตร กว้าง ๑๕ เมตร เป็นสถาปัตยกรรมล้านนาใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมในทางศาสนาและมีพระพุทธรูปหินทรายประทับอยู่หลายองค์     โดยเฉพาะพระประธาน นับเป็นองค์ที่สวยงามปัจจุบันได้ลงรักปิดทอง
 วัดลี  สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๐๓๘ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา พ.ศ. ๒๔๐๐


**********************************

วัดหลวงราชสัณฐาน
*****************
วัดหลวงราชสัณฐาน   ตั้งอยู่เลขที่ ๙๔๕/๔ ถนนพหลโยธิน ตำบลเวียง       อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา  เดิมวัดนี้เรียกว่า วัดหลวง  เพราะวัดนี้ในเมืองเป็นวัดที่เก่าแก่วัดหนึ่งอาจจะเป็นรองจากวัดป่าแดงบุญนาค  เพราะได้มีการบันทึกว่า วัดนี้เป็นวัดที่คนหลวงสร้างขึ้นเพื่อบัญชาการในการสร้างเมืองพะเยาในอดีต เป็นที่ว่าการด้วย ดังนั้นชาวบ้านเรียกว่า วัดหลวง วัดนี้ถือได้ว่าได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากร
พระวิหารเป็นสีขาว ตัดกับหลังคาสีเหลืองขนุนด้านหน้าพระวิหารเป็นบันไดนาคสองตัวซ้ายขวาสีขาวสง่างาม เข้าไปข้างในจะเห็นพระพุทธรูปสำริดเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่อง           เดิมทีพระประธานเป็นพระพุทธรูปปูนปั้น              แต่ได้ล้มแตกหักเสียหายเมื่อพายะพัดหลังคาวิหารเสียหายพระพุทธรูปก็ล้มแตกหักเสียหาย ชาวบ้านและท่านเจ้าอาวาสก็ได้สร้างพระพุทธรูปทรงเครื่องสำริดเป็นพระประธานที่สวยงามมากองค์หนึ่ง ที่สำคัญทางวัดและกรมศิลปกรยังได้มีการรักษาจิตรกรรมฝาผนังเอาไว้ติดไว้ผนังพระอุโบสถไว้อย่างเดิม ซึ่งเป็นเรื่องราวพุทธประวัติ      และวิถีชีวิตของคนล้านนา ด้วยเป็นภาพสีโบราณที่นิยมใช้กันไม่กี่สี ซึ่งสิ่งนี้มีคุณค่าทางด้านงานศิลปะ
ด้านหลังพระอุโบสถก็จะเป็นองค์เจดีย์ องค์เจดีย์องค์ที่เห็นปัจจุบันได้มีการบูรณะซ่อมแซมมาแล้ว เพราะองค์เก่าหักพังลงจะเป็นองค์เจดีย์ศิลปะล้านนา ที่มีตัวเรือนธาตุเป็นสี่เหลี่ยมไม่มีซุ้มจรนำ ส่วนบนจะเป็นองค์ระฆังศิลปะสุโขทัยหรือลังกา
ประตูทางเข้าเป็นซุ้มประตูไม้สามช่องใช้แป้นเก็จ เป็นหลังคา และแกะสลักลายไม้ประดับซุ้มประตูทรงล้านนา ส่วนอุโบสถประดับกระจกและลวดลายปูนปั้นสวยงาม

 

*****************************************

วัดศรีอุโมงค์คำ
*********************
วัดศรีอุโมงค์คำ    ตั้งอยู่เลขที่  ๓  ถนนท่ากว๊าน  ตำบลเวียง  อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ชาวบ้านเรียกว่า วัดสูง  เพราะตั้งอยู่ในที่ราบสูงทั้งเจดีย์และพระอุโบสถยังตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมยกสูงอีก ดังนั้นจึงทำให้วัดนี้สูงสง่างาม ประตูทางเข้า เป็นซุ้มประตูไม้แกะสลักใช้แป้นเก็จเป็นแผ่นปูทำหลังคา กำแพงก่ออิฐทำเหมือนกำแพงเมืองเก่าไม่มีการฉาบปูน สีอิฐไหม้ทำให้นึกถึงกำแพงโบราณ เข้าไปด้านหน้าประตูจะต้องขึ้นบันไดสองชั้นเข้าไปสู่พระอุโบสถ    หน้าบันเป็นลายไทยปูนปั้นติดกระจกพื้นสีเขียวทำให้แปลกตาไปอีกแบบหนึ่งใบระกามีชั้นเดียวแต่มีมุขซ้อนกันสามชั้น
 ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปที่มีชื่อเสียงมากในล้านนา คือพระเจ้าล้านตื้อหรือพระเจ้าแสนแซ่  พระเจ้าล้านตื้อเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นจากการคำนวณน้ำหนักของพระพุทธรูปองค์นี้ว่า มีน้ำหนักเป็นล้าน ๆๆ ซึ่งคำว่า ตื้อ เป็นจำนวนนับทางล้านนาหรือทางเหนือ เช่น หน่วย สิบ ร้อย พัน หมื่น แสน ล้าน โกฏิ และ ตื้อ ส่วนที่เรียกพระประธานองค์นี้ว่า   พระเจ้าแสนแซ่ เพราะการสร้างพระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ที่มาประกอบเข้าด้วยกัน         โดยมีสลัก ชาวเหนือเรียกว่า แซ่  เป็นตัวประสานเชื่อมกัน จึงเรียกว่า พระเจ้าแสนแซ่ 
 นอกจากพระพุทธรูปที่งดงามที่สุดในล้านนาที่ประดิษฐานในพระอุโบสถวัดศรีอุโมงค์คำแห่งนี้ก็ยังพบพระพุทธรูปหินทรายโบราณอีกมากมายที่ได้เก็บรักษาลงรักปิดทองไว้         โดยเฉพาะพระพุทธรูปพระเจ้าแข้งคม   แข้ง  คือ มีหน้าแข้งเป็นเหลี่ยม ซึ่งพระพุทธรูปแบบนี้ในเมืองพะเยามีไม่มากนัก และที่มีชื่อเสียงคล้ายกับพระเจ้าแข้งคมเมืองพะเยา คือพระเจ้าแข้งคมวัดศรีเกิดเชียงใหม่นั่นก็แสดงว่า      พระเจ้าแข้งคมวัดศรีเกิดกับพระเจ้าแข้งคมวัดศรีอุโมงค์คำคงมีความเกี่ยวพันกันทาง ด้านศิลปะพอสมควร ซึ่งจะต้องศึกษากันต่อไป
 หลังพระอุโบสถก็มีพระเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยม กว้างยาวประมาณเกือบ ๓๐ เมตร เป็นเจดีย์ศิลปะล้านนาอีกสมัยหนึ่งเรียกว่าเจดีย์หน้าไม้สิบสอง                 มีซุ้มจรนำทั้งสี่ทิศมีพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ประดิษฐานอยู่ในซุ้มเจดีย์องค์นี้ได้รับการบูรณะซ่อมแซมมาหลายครั้ง      เพราะเคยถูกฟ้าผ่าหักโค่น สมัยหนึ่งมีการบูรณะขึ้นมาใหม่  ด้านล่างของฐานพระอุโบสถและเจดีย์ ยังมีวิหารเล็กๆ    กว้างประมาณ   ๑๐  เมตร  ยาว ๑๕ เมตร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ สององค์ องค์แรก คือ พระพุทธรูปหินทรายพระเจ้าทันใจ พระพุทธรูปองค์นี้เชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ชาวบ้านประสงค์สิ่งใด เมื่อมาบูชาและอธิษฐานจิตมักจะได้สมปรารถนา   พระพุทธรูปที่สำคัญอีกองค์ก็คือ       พระพุทธรูปหินทรายกว๊านพระเยา พระพุทธรูปองค์นี้มีพุทธลักษณะที่งดงามชาวบ้านขุดพบได้ที่เจดีย์เก่ากลางกว๊านพะเยา  หรือชาวบ้านเรียกกันว่า  สันธาตุ ซึ่งในปีที่ค้นพบเป็นปีที่น้ำกว๊านพะเยาแห้งมาก ขนาดที่เดินข้ามไปยังอีกฝั่งหนึ่งได้ เมื่อขุดมาได้แล้วก็นำประดิษฐานไว้ที่วัดสูงหรือวัดศรีอุโมงค์คำ
 วัดศรีอุโมงค์คำ เชื่อว่าสร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. ๒๓๘๙ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา วันที่  ๓  กุมภาพันธ์  พ.ศ. ๒๔๙๔   ปัจจุบัน วัดศรีอุโมงค์คำยังเป็นสถานที่ตั้งโรงเรียนการกุศลของวัดที่มีชื่อเสียงคือ โรงเรียนพินิตประสาธน์ ที่รับตั้งแต่พระภิกษุสามเณรและคฤหัสถ์เรียนวิชาสามัญและเป็นที่จำพรรษาของพระสุธรรมมุนี หรือพระราชวิริยาภรณ์เจ้าคณะจังหวัดพะเยา องค์ปัจจุบัน


************************************
 วัดราชคฤห์
****************************
วัดราชคฤห์   ตั้งอยู่เลขที่ ๔๖๐/๓ ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา วัดนี้เป็นวัดนี้เป็นวัดที่อยู่ในตัวเมืองพะเยา ติดกับศาลหลักเมืองพะเยา     ด้านหน้าประตูทางเข้าจะเป็นประตูโขงขนาดใหญ่เป็นการก่ออิฐถือปูนมีรูปเทวดาปูนปั้น บนยอดมีรูปพรหมสี่หน้า
 ภายในวัดมีพระอุโบสถ   กว้างราวประมาณ   ๒๐   เมตร ยาวเกือบ  ๔๐  เมตรภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหินทราย ลงรักปิดทอง งดงามองค์หนึ่งในล้านนา ด้านหลังพระอุโบสถเป็นองค์เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ย่อมุมมีซุ้มจรนำทั้งสี่ทิศ บนเรือนธาตุมีเจดีย์บริวารทั้งสี่ด้าน องค์ระฆังของเจดีย์ฉาบด้วยสีทอง ทางประตูข้าวของกำแพงแก้วมีรูปปั้นสิงห์คู่ทั้งสี่ด้าน
 วัดราชคฤห์     สร้างเมื่อ    พ.ศ. ๒๔๔๓   เดิมชาวบ้านเรียกว่า วัดใหม่ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา วันที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๑ และเคยเป็นที่จำพรรษาของพระราชวิริยสุนทร อดีตเจ้าคณะจังหวัดพะเยา

***************************************

วัดไชยอาวาส
************************
วัดไชยอาวาส   เดิมชื่อว่า วัดปักคำ เป็นวัดร้างมาก่อน ปัจจุบันวัดไชยอาวาส ตั้งอยู่เลขที่ ๒   บ้านประตูเหล็ก   ถนนราชวงศ์ หมู่  ๑ ตำบลเวียง  อำเภอเมือง   จังหวัดพะเยา   สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินวัดมีเนื้อที่ ๓ ไร่ ๗๐ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๔๗๗๘๘ ทิศเหนือจรดถนนพหลโยธิน และที่ดินเอกชน ทิศใต้ประมาณ ๑ เส้น ๙ วา จรดตรอก ทิศตะวันตกประมาณ ๒ เส้น ๑๐ ตารางวา จรดตรอกทิศตะวันออก ประมาณ ๒ เส้น ๙ ตารางวาจรดถนนราชวงศ์
 ที่ดินธรณีสงฆ์มีจำนวน๒ แปลง เนื้อที่ ๒ งาน ๗๖ ตารางวา อาคารเสนาสนะ  ประกอบไปด้วย อุโบสถศาลาการเปรียญ วิหาร กุฏิ ปูชนียวัตถุ มีเจดีย์ ว่ากันว่าวัดไชยอาวาสตั้งอยู่ใกล้ประตูเมืองซึ่งทำด้วยเหล็กล้วนชาวบ้านจึงนิยมเรียกชื่อว่า วัดประตูเหล็ก หรือวัดไชยอาวาส ประตูเหล็ก ปัจจุบันประตูเหล็กได้ชำรุดไปนานแล้ว
 วัดไชยอาวาส และวัดหลวงราชสัณฐาน เป็นวัดพี่วัดน้องมาแต่โบราณกาล          เนื่องสมัยข้าหลวงวงค์ ได้มาปกครองเมืองพะเยา และได้มาบูรณะซ่อมแซมวัดไชยอาวาสหรือประตูเหล็กและวัดหลวงในราชสัณฐานเสร็จ ได้นิมนต์พระอินทจักร์ วัดปงสนุกด้านใต้มาเป็นเจ้าอาวาสประตูเหล็กและนิมนต์พระภิกษุอินทร์ อินโธ วัดปงสนุกด้านเหนือ จากเมืองลำปาง มาเป็นเจ้าอาวาส  วัดหลวงราชสัณฐาน วัดทั้งสองนี้ จึงเป็นวัดพี่วัดน้องตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน     เมื่อถึงเวลาเทศกาลสำคัญ เช่น วันพระเข้าพรรษาก็ดี วันพญาวันปีใหม่เมืองก็ดี เดือนสี่เป็งก็ดี วันพระออกพรรษาก็ดี วัดทั้งสองก็จะมีการเอา “ ช้าบาตร” หรือข้าวปลาอาหารข้าวต้มข้าวหนมมาไขว่กัน (แลกเปลี่ยนกัน) ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และทำเป็นประเพณี ทุก ๆ ปี ตลอดไป เพื่อรักษาความเป็นวัดพี่วัดน้อง เมื่อมีอะไรแบ่งกันกินแบ่งกันใช้ตามประสาพี่และน้องดังนี้ ฯ


*********************************

 

 

วัดศรีจอมเรือง
**********************
วัดศรีจอมเรือง   ตั้งอยู่เลขที่ ๑๔ ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ หมู่ที่ ๒ ตำบลเวียง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย วัดศรีจอมเรืองหรือชาวบ้านเรียกกันว่า วัดจองคำ เป็นของชุมชนไทยใหญ่ (เงี้ยว)     ทั้งวิหารและกุฏิของพระสงฆ์เป็นสถาปัตยกรรมแบบไทยใหญ่
 การเข้าไปนมัสการสิ่งศักดิ์ของวัดสามารถเดินทางตามทางหลวงซุปเปอร์ไฮเวย์ พะเยา-งาว  เลี้ยวซ้ายขึ้นเนินเขาเตี้ยใกล้ศูนย์วิจัยประมงน้ำจืดจังหวัดพะเยา และพระตำหนักกว๊านพะเยา ประตูโขงของวัดเป็นศิลปะไทยใหญ่ เข้าไปภายในวัดมีศาลาการเปรียญหนึ่งหลังและมีอนุสาวรีย์เจ้าแม่กวนอิมเป็นที่บูชา ที่สำคัญ คือวิหารและพระอุโบสถเป็นหลังเดียวกัน ภายในมีพระพุทธรูปศิลปะล้านนา ลงรักปิดทองภายในวิหารติดกระจกเล็กๆลวดลายสวยงาม ด้านหลังอุโบสถ ก็จะเป็นเจดีย์ศิลปะใหญ่ มีซุ้มจรนำทั้งสี่ด้าน  ฐานกว้างยาวราวสัก ๒๐ เมตร
  ประวัติของวัดเขียนไว้     พ.ศ. ๒๔๔๒     เมืองพะเยาได้เกิดการจลาจลเนื่องจากเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองหัวเมืองในสมัยรัชการที่ ๕       ชาวพะเยาได้พากันหนีไปอยู่เมืองลำปาง หลังจากนั้น ประมาณ พ.ศ. ๒๔๔๗ จึงพากันกลับมาบูรณะบ้านเมืองดังเดิม พวกไทยใหญ่ที่มาด้วยครั้งนั้น     ได้มาปฏิสังขรณ์วัดของตนเอง คือ วัดจองคำ  ขึ้นมาใหม่   โดยมีจองมูกร๊ง     จองส่งคำ
จองส่งอ่อง จองกู่ ลุงลายคำ ลุงมา เป็นประธาน แล้วไปนิมนต์พระพม่าจากลำปาง นับแต่นั้นก็จะมีพระสายพม่า มหานิกายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดจองคำตลอด ทำให้วัดนี้ได้กลายเป็นวัดไทยศิลปะพม่า และไทยใหญ่ ในท่ามกลางของชุมชนไทยใหญ่ที่มีวิถีชีวิตโดดเด่นเป็นของตนเอง
 วัดศรีจอมเรือง ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๑ ปัจจุบันก็ยังได้นิมนต์พระพม่ามหานิกายมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส คือ พระครูสุจิณธรรมสาร

***************************

วัดอินทร์ฐาน
***********************
วัดอินทร์ฐาน   ตั้งอยู่เลขที่ ๑๐๖ ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ หมู่ที่ ๓ ตำบลแม่ต๋ำ  อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา สร้างเมื่อ   พ.ศ. ๒๔๗๙   ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่   ๒๗   กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๑
 สิ่งที่น่าสนใจ ก็คือพระอุโบสถที่ได้รับการบูรณะใหม่ เมื่อเดินเข้าไป  ก็จะเห็นรูปตุงหรือธงไม้แกะสลักส่วนปลายเป็นหงส์ พระอุโบสถตั้งอยู่บนฐานยกสูง สถาปัตยกรรมจะไปทางศิลปะอยุธยาตอนปลายถึงรัตนโกสินทร์ ที่น่าสนใจก็คือ หน้าบันพระอุโบสถ    จะเป็นการฉลุแกะสลักไม้เป็นลายไทยติดหน้าบันพระอุโบสถดูแล้วกลมกลืนกัน ไม่นาคสะดุ้ง แต่เป็นใบระกา หัวพญานาคราชสามชั้นสีขาวตัดกับสีน้ำตาลแก่ของลายไม้
 สถานที่ตั้งติดถนนซุปเปอร็ไฮเวย์ สายลำปาง เชียงราย ก่อนจะเข้ามาถึงในตัวเมืองพะเยา อยู่ทางด้านซ้ายมือ     วัดนี้นอกจากจะเป็นวัดเก่า  ร่วมร้อยปีแล้วปัจจุบันได้มีการบูรณะพระอุโบสถให้สวยงาม บริเวณแม้จะไม่กว้างขวางมากนักก็จัดระเบียบให้เป็นที่ร่มรื่นเป็นระเบียบเรียบร้อย
 ภายในพระอุโบสถ  ก็มีพระพุทธรูปหินทรายลงรักปิดทอง   สวยงาม   ดูข้างในเหมือนพระอุโบสถนี้สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง ซึ่งหลังพระอุโบสถนี้ก็จะเห็นพระเจดีย์องค์ไม่เล็กไม่ใหญ่อยู่หลังพระอุโบสถ
 วัดนี้ท่านเล่าว่าเป็นวัดที่ประทับของพระอินทร์อาสนะของพระอินทร์ ที่หน้าบันจึงมีรูปพระอินทร์นั่งประทับบนอาสนะหรือที่ประทับ เข้าไปแล้วร่มรื่นน่าสนใจ

 

*********************************************


 

Выражение глаз заставило Маусглова содрогнуться от ужаса.

Отстегнув пряжку на сумке, он потянул за стропы на ощупь они казались надежными.

Я хочу объявить о моей помолвке "Скачать турецкого гамбита"с капитаном Биггаром.

Мигая фарами, к нам подъехала патрульная "Сказки афанасьева скачать"машина, и полицейский подумал, взглянув на изломанную позу Воана, "Виндовс медиаплеер скачать торрент"что мы побывали в крупной аварии.

А может быть, и сам Совет мог бы проникнуть на место на каком-нибудь летательном аппарате для быстрой рекогносцировки.

Теперь он очнулся и снова был готов к рукоприкладствам, стратагемам и выходкам.

Негр отвязал "Этимологический словарь русского языка"челнок и кивком "Ползунки и ходунки. Три первых года в жизни малышей"пригласил меня садиться.

Моим идеалом является немецкий "Песенки и потешки"профессор Удо "Новый англо-русский и русско-английский словарь для школьников свыше 25000 слов и словосочетаний"Крафт.

Да не дрожи ты так, дурачина,-улыбаясь, "Лучшие рецепты красоты"сказал поручик Лукаш,-и "Занимательная астрономия"исправься.

Ах, я и не подозревал "Брест. Июнь. Крепость. В двух книгах. Книга первая"тогда всей глубины, всего "Козы: разведение, содержание, уход"величия этой жертвы!

Несколько "Тесты по грамматике русского языка: в 2 ч. Ч. 1"человек бросились к "Запах страха"ним и розняли противников.

Вот это уж мне совсем не нравится!

บริการสารสนเทศ