Get Adobe Flash player

การขอบรรพชาอุปสมบท

ขั้นตอน คลิก
แบบฟอร์ม คลิก

Home เเบบก่อสร้างวัด ข่าวประชาสัมพันธ์ เรียนรู้ ผู้ญิงในโลกการศึกษาชาย

เรียนรู้ ผู้ญิงในโลกการศึกษาชาย

 

            จำนวนคนอ่านล่าสุด 152 คน  วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6895 ข่าวสดรายวันเรียนรู้"ผู้หญิง" ในโลกการศึกษาชายหัวข้อการเสวนาอีกเรื่องที่น่าสนใจในการประชุมวิชาการประจำปีสตรีศึกษา ครั้งที่ 9 และการประชุมวิชาการเยาวชนและครอบครัวศึกษา ครั้งที่ 2 โดยโครงการสตรีและเยาวชนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้แก่เรื่อง "เรียนรู้ผู้หญิงในโลกการศึกษาของผู้ชาย"

ผศ.ดร.มนตรี สืบด้วง ภาควิชาปรัชญา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยา ลัยธรรมศาสตร์ นำเสนอเรื่อง "เรียนรู้เรื่องผู้หญิงจากหลักสูตรการศึกษาของคณะสงฆ์ไทย" โดยชี้ให้เห็นว่าหลักสูตรพระปริยัติธรรมพระสงฆ์เรียนต่างกับกลุ่มของแม่ชีและคฤหัสถ์ทั่วไป เช่น แผนกธรรม สำหรับพระภิกษุสามเณร จะมีวิชาวินัย (ศีล 227 เช่น ปาราชิก 4, สังฆาทิเสส 13) ขณะที่วิชาพุทธ (เรียนเรื่องพระพุทธเจ้าและพระสาวก 80 รูป ซึ่งไม่มีสาวิกา) ขณะที่แผนกธรรมศึกษา สำหรับแม่ชีและคฤหัสถ์ทั่วไป ในวิชาวินัย เรียนเบญจศีล-เบญจธรรม, อุโบสถศีล กรรมบถ 10 ส่วน วิชาพุทธ (ศึกษาพระพุทธเจ้าและพระสาวก 40 รูป ไม่มีสาวิกา)

หากถามว่าศาสนาช่วยแก้ทุกข์ของชายหญิงอย่างไร ผศ.ดร.มนตรี ให้ความเห็นว่า หลักธรรมสำหรับผู้หญิงไม่มีโดยตรง จะเป็นหลักธรรมกลางๆ เวลาพระเทศน์ พระสอน ก็สอนไปตามคัมภีร์โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง "ผิดศีลข้อ 3 กาเมสุมิจฉาจาร ทำให้เกิดเป็นผู้หญิง" ซึ่งถ่าย ทอดมาและอยู่ในคัมภีร์ ซึ่งเรียนโดยขาดการไตร่ตรองอย่างรอบคอบ

ทั้งยังให้ข้อสรุปอีกว่า พระภิกษุสามเณรส่วนใหญ่ยังมีความรู้เรื่องนี้ไม่ลึกซึ้งนัก โดยมากจะเป็นการเรียนรู้และเข้าใจในบางมุมจากตำราเรียนและหนังสือ ถึงเวลาหรือยังที่คณะสงค์จะหันมาให้ความสำคัญเรื่องเพศสภาวะที่แตกต่างกัน คำสอนและความเชื่อเกี่ยวกับเพศหญิงในทางศาสนา เพื่อมนุษย์อีกครึ่งหนึ่งของโลก แต่ปัญหาคือใครจะเป็นผู้เริ่มต้นและเริ่มต้นอย่างไร

ด้าน ผศ.ดร.ชาญณรงค์ บุญหนุ่น คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวเสริมว่า ผู้หญิงในหลักสูตรของพระ โดย เฉพาะหลักสูตรนักธรรม มีมานานและถูกกำหนดโดยแนวคิดแบบดั้งเดิม เปลี่ยนยาก ต้องย้อนไปว่าการจัดการศึกษาของพระสงฆ์นั้นเพื่ออะไร ด้วยหลักสูตรถูกกำหนดเพื่อให้ทำหน้าที่ของใครของมัน และวิธีศึกษาของพระโดยเฉพาะเรื่องที่ปรากฏในธรรมบท จะแยกแยะว่ามีผู้หญิงดีและผู้หญิงไม่ดี แต่ถ้าเป็นมุมของสตรีศึกษาจะมีมุมมองใหม่ที่ต่างกัน ดังนั้น กรณีธรรมบทเห็นชัดเวลาเอาเรื่องผู้หญิงมาพิจารณา เพื่อจะเรียนไปให้สัมพันธ์กับเป้าหมายบางอย่าง และสัมพันธ์กับโครงสร้างพระพุทธศาสนาในอดีตและปัจจุบัน โดยมีความเข้าใจเกี่ยวกับพุทธศาสนาเป็นตัวกำหนด เช่น เวลาคิดว่าเป้าหมายของผู้บวช คือการบรรลุนิพพาน และสิ่งที่ไม่ปรากฏในโครง สร้างหรือองค์ประกอบพุทธศาสนาในประเทศไทยคือ ภิกษุณี ซึ่งเป็นตัวแทนหรือสัญลักษณ์ของเพศหญิงที่ขาดหายไป คล้ายถูกลืมไปด้วย
 
มุมมองหรือท่าทีในการศึกษาผู้หญิงในธรรม บท ละเลยประเด็นศึกษาความเป็นผู้หญิงโดยตัวมันเอง แต่ที่สำคัญที่สุดเวลาที่เราพูดถึงพุทธศาสนาและมุ่งไปสู่การหลุดพ้นเป็นของใครนั้น อุดมคติแบบรสนิยมซึ่งมีอิทธิพลแบบโบราณ อุดมการณ์แบบเถรวาทที่รักษาธรรมวินัยมุ่งไปสู่การหลุดพ้นจากทุกข์ของผู้ที่ยังสัญลักษณ์ของความเป็นชาย

ฉะนั้นเวลาพูดอ่านในธรรมบทที่เกี่ยวกับผู้หญิง โดยมีผู้ชายเป็นศูนย์กลางของการตีความ แทนที่จะมองว่าหญิงทุกข์อย่างไรเวลาศึกษาธรรมบท เพื่อแก้ปัญหาให้ผู้หญิง แล้วดูว่าผู้ชายทุกข์เพราะผู้หญิงอย่างไร วงมันเลยไม่เปลี่ยนเพราะมีโครงสร้างบางอย่างปรากฏอยู่ตามทรรศนะที่เป็นมรดก

ผศ.ดร.ชาญณรงค์ กล่าวต่อว่า การศึกษาของคณะสงฆ์ต้องศึกษาผู้หญิงในฐานะที่เป็นผู้หญิง ถ้าตราบใดศึกษาผู้หญิงที่ปรากฏในตัวละครในฐานะคนแวดล้อมผู้ชาย หรือคนส่งเสริมผู้ชาย คนที่เป็นปัญหากับผู้ชาย ก็ยังเหมือนเดิม คำถามคือแล้วความคิดที่ว่าเราจะศึกษาผู้หญิงใน text หรือตัวอักษร ผ่านเอกสารหรือในคำสอนต่างๆ ในฐานะที่ทำให้เห็นทุกข์ของผู้หญิงจะทำอย่างไร ใครจะเป็นคนทำ ด้วยอิทธิพลมุ่งสู่การหลุดพ้นทุกข์ และบังเอิญโครงสร้างที่ปรากฏในสังคมบ้านเราตั้งแต่ในอดีตจนปัจจุบันส่วนหนึ่งหายไป ลืมเรื่องภิกษุณี ลืมความทุกข์ของผู้หญิงที่พยายามไปสู่การหลุดพ้น ในที่สุดแล้วคำสอนจำนวนมากคือบทบาทของผู้หญิงในฐานะอุบาสิกา กับผู้อุปถัมภ์ค้ำชูพุทธศาสนา แล้วบทบาทนั้นมีอิทธิพลอย่างมากต่อการเสนอสาระต่อพระสงฆ์
 

บริการสารสนเทศ